วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปวิอ.หลักการขอถอนฟ้องม.๓๕,๓๖


มาตรา ๓๕  คำร้อง[1]ขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใด[2]ก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใดถ้าคำร้องนั้นได้ยื่นในภายหลังเมื่อจำเลยให้การแก้คดีแล้ว ให้ถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่ แล้วให้ศาลจดคำแถลงของจำเลยไว้ ในกรณีที่จำเลย[3]คัดค้านการถอนฟ้อง ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย
คดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใด[4]ก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้าน ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย

มาตรา ๓๖  คดีอาญาซึ่งได้ถอนฟ้องไปจากศาลแล้ว [5]จะนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในข้อยกเว้นต่อไปนี้
(๑) ถ้าพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นไป การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่
(๒) ถ้าพนักงานอัยการถอนคดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวไป โดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย การถอนนั้นไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่
(๓) ถ้าผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีอาญาไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นเสีย การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่ เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว


[1] คดีความผิดส่วนตัว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์,ศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดี ขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี พอแปลความว่าโจทก์ประสงค์ขอถอนฟ้อง ศาลสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องได้,ประเด็นคดีมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ถอนฟ้อง  ศาลฎีกาสั่งคำร้องขอถอนฟ้องได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นสั่ง  ผลสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามม.๓๙(๒) ศาลสูงมีอำนาจจำหน่ายคดีมีผลทำให้คำพิพากษาศาลล่างระงับไปในตัวไม่ต้องให้ศาลสูงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น,ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ขอถอนฟ้องไม่ได้ มีผลเท่ากับเป็นการถอนคำร้องทุกข์หรือไม่ได้ขอเป็นโจทก์ร่วมขอถอนฟ้องไม่ได้ถือว่าเป็นการถอนคำร้องทุกข์
[2] โจทก์ฟ้องว่ายักยอก รับของโจร พรบ.ห้างฯ ขอถอนฟ้องเฉพาะคดีอาญาแม้ต่อมาถูกฟ้องล้มละลายก็ไม่อยู่ในบังคับพรบ.ล้มฯที่ห้ามมิให้จัดการทรัพย์สินโจทก์ขอถอนฟ้องได้ไม่ต้องดำเนินการโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ [3] การอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่เป็นดุลพินิจศาล  แต่ถ้าจำเลยยื่นคำให้การแล้วและคัดค้าน ดังนี้ศาลต้องยกคำร้องขอถอนฟ้องจะใช้ดุลพินิจไม่ได้
[4] ก่อนคดีถึงที่สุด ,กรณีถือว่าก่อนคดีถึงที่สุด ได้แก่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ผู้ฎีกายื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา แม้จะล่วงเลยระยะเวลาฎีกา , กรณีศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวเพราะจำเลยหลบหนี
[5]การถอนฟ้องที่จะนำคดีมาฟ้องอีกหาได้ไม่  (ต้องเป็นกรณีถอนฟ้องเด็ดขาด)  ,กรณีที่ถือถอนฟ้องไม่เด็ดขาด(ผล นำมาฟ้องอีกได้) ได้แก่ ถอนฟ้องเพื่อร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการหาใช่การถอนฟ้องเด็ดขาด สิทธินำคดีอาญาฟ้องไม่ระงับไปตามม.๓๙(๒)พนักงานมีอำนาจฟ้องไม่ต้องห้ามตามม.๓๖ ,ข้อเท็จจริงได้ความว่าถอนฟ้องไปเข้าร่วมกับพนักงานอัยการในวันเดียวกับที่ถอนฟ้อง,ฟ้องผิดศาลแล้วขอถอนฟ้องเพื่อไปฟ้องยังศาลที่มีอำนาจ ,กรณีเด็ดขาด ได้แก่ ข้อเท็จจริงปรากฎว่าผู้เสียหายเพิ่งมายื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการภายหลังถอนฟ้องแล้วกว่า ๑๐ เดือน ,ขอถอนฟ้องเป็นการชั่วคราวเพื่อไปสอบถามไปยังกรมกองทหารว่าเป็นทหารประจำการหรือไม่ ,ถอนฟ้องเพื่อรอผลคดีแพ่ง ,ถอนฟ้องโดยอ้างเหตุว่าบกพร่อง ขอถอนฟ้องเพื่อไปดำเนินคดีใหม่ 
ประเด็นหากผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ถือเสมือนว่าโจทก์ร่วมฟ้องเอง ถ้าถอนตัวจากการเป็นโจทก์ร่วมก็มีผลเป็นการถอนฟ้อง จะขอเป็นโจทก์ร่วมในคดีนั้นภายหลังไม่ได้ต้องห้ามตามม.๓๖,
ประเด็นผู้เสียหายหลายคน บางคนถอนฟ้อง ย่อมตัดสิทธิเฉพาะผู้เสียหายคนนั้นไม่ให้ฟ้องใหม่ ส่วนผู้เสียหายอื่นยังมีสิทธิ,
ประเด็น ผู้เสียหายมีผู้จัดการแทนหลายคน ผู้จัดการบางคนถอนฟ้องแล้ว ผู้จัดการอื่นจะมาฟ้องจำเลยอีกไม่ได้(๑๗๙๐/๙๒) ,
คำว่า "จะนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่"  หมายถึง ฟ้องในเรื่องเดียวกัน แม้คดีที่มาฟ้องในเรื่องเดียวกัน แม้คดีที่มาฟ้องใหม่มาบรรยายฟ้องต่างกับคดีแรกก็ต้องห้าม (ฎ๓๕๓๗/๒๗)

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

หลัก ปวิอ.มาตรา๓๐


[1]มาตรา ๓๐  คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว [2]ผู้เสียหายจะ[3]ยื่นคำร้อขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้


[1] การขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบ ผล ศาลหยิบยกขึ้นเองได้ ,หากศาลพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง การขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตกไปด้วย,โจทก์ร่วมจะใช้สิทธินอกเหนือไปจากสิทธิของอัยการไม่ได้จึงไม่มีอำนาจแก้และเพิ่มเติมฟ้อง ,คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงและมีคำขอส่วนแพ่ง แม้คำขอส่วนแพ่งจะมีทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวงอัยการก็มีอำนาจขอได้ แต่โจทก์ร่วมไม่อาจถือเอาคำขอส่วนแพ่งเป็นขอตนได้ ,สิทธิในการยื่นอุทธรณ์/ฎีกาเป็นสิทธิเฉพาะตัวของคู่ความ โจทก์ร่วมจะขอถือเอาฎีกาของอัยการเป็นของตนและขอแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้,ผู้เสียหายจะขอเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายไม่ได้,จะอาศัยปวิพ.๕๗(๒)เข้ามาไม่ได้ ,ผู้ได้รับอนุญาตเข้าร่วมเป็นโจทก์มีฐานะเป็นโจทก์ นำเรื่องเดียวกันมาฟ้องไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ,ผู้เยาว์ฟ้องคดีเองไม่ได้ ต้องจัดการตามม.๕ ขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการไม่ได้แม้ผู้แทนโดยชอบธรรมจะยินยอม๕๖๓/๑๗,พนักงานอัยการอุทธรณ์คำพิพากษาแต่โจทก์ร่วมไม่ได้อุทธรณ์จะขอฎีกาไม่ได้ ถือว่าคดีระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยมิได้ว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ปวิพ ๒๔๙ ประกอบปวิอ.๑๕ ๗๔๕/๓๔,โจทก์ร่วมมีสิทธิระบุพยานหรือขอสืบพยานเพิ่มเติมได้,พนักงานอัยการและโจทก์ร่วมด้วยกันต่างมีฐานะเป็นโจทก์อัยการไม่มาแต่โจทก์ร่วมมาจะถือว่าโจทก์ขาดนัดและยกฟ้องตาม๑๖๖ไม่ได้,ทนายความลงชื่อแทนโจทก์ร่วมในคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ ไม่ต้องห้ามตาม ๑๕๘(๗) ,พนักงานอัยการไม่อุทธรณ์โจทก์ร่วมมีสิทธิอุทธรณ์,พนักงานอัยการและโจทก์ร่วมต่างมีฐานะเป็นโจทก์ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียว และศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานใหม่พนักงานอัยการมีสิทธิสืบพยานต่อไป
[2] ผู้เสียหายเท่านั้นที่มีอำนาจร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ดังนั้น หากเป็นความผิดต่อรัฐเช่น พรบ.จราจร หรือไม่เป็นผู้เสียหายในความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ไม่อาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ ๒๖๔๓/๒๕๕๐ ,หากศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยไม่ได้ระบุให้ชัดว่าเข้าเป็นโจทก์ร่วมในความผิดฐานใด ก็หมายถึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมเฉพาะฐานความผิดที่เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้เท่านั้น ๖๗๔๔/๔๔ กรณีมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ เช่น  เหตุเกิดรถชนผู้ตายมีส่วนประมาทอยู่บ้างไม่เป็นผู้เสียหายตาม ๒(๔) ผู้บุพการีไม่มีอำนาจทำแทนตาม ๕(๒) ไม่มีอำนาจเข้าเป็นโจทก์ร่วม ม.๓๐
[3] ร้องได้ทั้งอาญาแผ่นดินและต่อส่วนตัว  ผลของการเข้าเป็นโจทก์ร่วม ได้แก่ ศาลอนุญาตแม้ต่อมาศาลจะยกคำร้องของโจทก์ร่วมก็ไม่ทำให้การดำเนินคดีของโจทก์ร่วมเสียไป ๑๘๖/๑๔ ,เคยเข้าเป็นโจทก์ร่วมต่อมาได้ถอนการเป็นโจทก์ร่วม มีผลเท่ากับขอถอนฟ้องในส่วนของโจทก์ร่วม ต่อมาจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอีกไม่ได้ต้องห้ามม.๓๖ ๗๒๔๑/๔๔

หลักปวิอ.ม.๒๘,๒๙


มาตรา ๒๘  บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(๑) พนักงานอัยการ
(๒) [1]ผู้เสียหาย

มาตรา ๒๙  เมื่อผู้เสียหาย[2]ได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง [3]ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะ[4]ดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้
ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็นผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือ[5]ผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องแทนไว้แล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้


[1] ผู้เสียหายหลายคน แม้ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ฟ้องผู้กระทำความผิดไปแล้ว ผู้เสียหายคนอื่นก็ยังมีสิทธิฟ้องผู้กระทำความผิดได้อีก ๗๖๙/๓๕
[2]-ผู้เสียหายหมายถึงผู้เสียหายที่แท้จริงตาม ม.๒(๔)เท่านั้น หากเป็นผู้จัดการแทน ม.๔,๕,๖ ไม่อาจเข้าแทนได้
-นายก.สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ฟ้องความผิดป.อ.๒๙๑(อาญาแผ่นดิน) ต่อมานาย ก.ได้ตายลง เป็นเพียงผู้จัดการแทนผู้เสียหายตามม.๓(๒) และม.๕(๒) ไม่อาจเข้าแทน คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ของศาลชั้นต้นการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นก่อนโจทก์ถึงแก่ความตายไม่เสื่อมเสียถือว่าโจทก์ฟ้องกระทำการแทนรัฐ ศาลชั้นต้นพิพากษาจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไว้แล้วตามคำพิพากษาชอบแล้ว ๘๕๓๗/๒๕๕๓
[3] ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานถือตามความเป็นจริง ๕๑๑๙/๓๐
[4] การรับมรดกความมิได้จำกัดไว้แต่ประเด็นเนื้อหาแห่งคดี  รวมถึง ชั้นขอปล่อยตัวตามมาตรา ๙๐ และชั้นขอคืนของกลางตามมาตรา ๓๖ ,การดำเนินคดีต่างผู้ตาย เมื่อคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แม้จะขอเข้ามาดำเนินคดีต่างผู้ตายเกิน ๑ ปีก็ตามเพราะบทกฎหมายดังกล่าวม้ได้กำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำร้องไว้  ,จะเข้ามาเพียงให้ศาลจำหน่ายคดีก็ได้ ,การรับมรดกความในคดีอาญาเขียนไว้โดยเฉพาะแล้วในปวิอ.ม.๒๙ ไม่อาจนำปวิพ.มาตรา ๔๒และ๔๓ มาใช้บังคับได้
[5] ผู้แทนเฉพาะคดีจะว่าคดีต่อไปได้ต้องเป็นกรณีได้มีการตั้งผู้แทนเฉพาะคดีไว้ก่อนผู้เสียหายตายลง

ปวิอ.หลักผู้มีอำนาจจัดการแทน ม.๕,๖


มาตรา ๕  บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้
(๑) [1]ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล
(๒) [2]ผู้บุพการี [3]ผู้สืบสันดาน [4]สามีหรือภริยาเฉพาะแต่ในความผิดอาญา ซึ่งผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บ  [5]จนไม่สามารถจะจัดการเองได้
(๓) [6]ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นๆ ของนิติบุคคล เฉพาะความผิดซึ่งกระทำลงแก่นิติบุคคลนั้น

มาตรา ๖  ในคดีอาญาซึ่ง[7]ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือเป็นผู้วิกลจริตหรือคนไร้ความสามารถไม่มีผู้อนุบาล หรือซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาลไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่โดยเหตุหนึ่งเหตุใด รวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถนั้นๆ ญาติของผู้นั้น หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องอาจร้องต่อศาลขอให้ตั้งเขาเป็นผู้แทนเฉพาะคดีได้
เมื่อได้ไต่สวนแล้วให้ศาลตั้งผู้ร้องหรือบุคคลอื่น ซึ่งยินยอมตามที่เห็นสมควรเป็นผู้แทนเฉพาะคดี เมื่อไม่มีบุคคลใดเป็นผู้แทนให้ศาลตั้งพนักงานฝ่ายปกครองเป็นผู้แทน
ห้ามมิให้เรียกค่าธรรมเนียมในเรื่องขอตั้งเป็นผู้แทนเฉพาะคดี





[1] บิดาบวชเป็นไม่ทำให้การเป็นบิดาและบุตรขาดจากกัน  จึงยังเป็นบิดาโดยชอบธรรม,ผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์
[2] ผู้บุพการี ถือตามความเป็นจริง 
[3] บุตรบุญธรรมไม่อยู่ในความหมายของผู้สืบสันดาน เพราะ คำว่าสืบสันดานตามพจนานุกรม หมายความว่า สืบเชื้อสายมาโดยตรง  และตาม ป.พ.พ. ม.๑๕๘๖ ๑๕๘๗  ๑๖๒๗ บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะแตกต่างกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรมและผู้รับบุตรบุญธรรมก็มีฐานะต่างกับบุพการีโดยตรงของผู้รับบุตรบุญธรรมอยู่หลายประการ ม.๑๕๘๖ ๑๖๒๗ เป็นบทบัญญัติพิเศษให้สิทธิบางประการแก่บุตรบุญธรรมในทางแพ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวและมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมเท่านั้นต้องใช้โดยเคร่งครัด หานำใช้ตาม ๗๑ ว.สอง,คำว่า ผู้สืบสันดาน ถือตามความเป็นจริง
[4] สามีหรือภริยา ต้องเป็นสามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย
[5] ไม่มีอำนาจจัดการแทน(ผู้เสียหายต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยผู้มีอำนาจจัดการแทนจึงจะมีอำนาจจัดการแทน)
-หากคำบรรยายฟ้องอัยการซึ่งโจทก์ร่วมขอถือเอาเป็นคำฟ้องด้วย บรรยายเพียงว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายโดยใช้มือจับแขนของผู้เสียหายแล้วเวียงลงเป็นเหตุให้ผู้เสียหายล้มลงกระแทกพื้นรับอันตรายสาหัสไม่เกินกว่า ๒๐วัน ตามคำฟ้องไม่ได้ความว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการได้แต่อย่างใด แม้ตามคำร้องจะบรรยายว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายบาดเจ็บที่ศรีษะจนต้องผ่าท้ายทอยและต่อมาตาย แต่การตายหลังจากทำร้าย ๙ เดือน และมิใช่บาดแผลที่เกิดจากการกระทำของจำเลยไม่มีอำนาจจัดการแทน๒๖/๒๕๕๓,ในคดีความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงานในการยุติธรรมและความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ผู้เสียหายตายด้วยโรคประจำตัว ๓๐๖๓/๒๕๕๒,กรณีมีบุคคลหลายคนทำร้ายผู้เสียหายจนตาย แต่บาดแผลที่ที่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายไม่ได้เกิดจากจำเลย โจทก์ซึ่งเป็นผู้บุพการีจึงไม่มีอำนาจจัดการแทน ๓๘๗๙/๒๕๔๖

[6] การมอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์แทนนิติบุคคล ต้องกระทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัทที่ได้จดทะเบียนไว้ด้วย เหตุผล แม้การร้องทุกข์มิใช่การทำนิติกรรม แต่การมอบอำนาจก็ต้องทำให้ถูกต้องตามข้อบังคับ เมื่อข้อบังคับให้ลงนามสองคนลงนามคนเดียวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ๑๕๙๐/๓๐ ,ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น ไม่ใช่ผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล แต่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอาจเป็นผู้เสียหายกรณีผู้แทนนิติบุคคลกระทำผิดต่อนิติบุคคลเสียเอง
[7] ถ้าผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถตายก่อนที่ศาลจะตั้งผู้แทนเฉพาะคดี ตายก่อนที่ศาลจะตั้งผู้แทนเฉพาะคดีศาลก็ไม่อาจตั้งผู้แทนเฉพาะคดีต่อไปได้ เพราะสภาพบุคคลได้สิ้นสุดลงแล้ว  แต่อาจเข้า ม.๕(๒) 

ปวิอ.การร้องทุกข์ ม.๒(๗)


(๗) [1]คำร้องทุกข์ หมายความถึงการที่[2]ผู้เสียหายได้[3]กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตามซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าว[4]โดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ


[1] ผลของคำร้องทุกข์  ในคดีความผิดต่อส่วนตัวจะทำให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง
[2] ผู้เสียหายตาม ๒(๔) รวมถึงผู้มีอำนาจจัดการแทน ,การร้องทุกข์ไม่ใช่กิจการเฉพาะตัวสามารถมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันได้ ฎ๕๔๙๖/๔๖ผู้รับมอบอำนาจช่วงก็สามารถมอบอำนาจต่อไปได้เช่นกัน๒๗๓๐/๔๙และหนังสือมอบอำนาจต้องระบุให้ชัดเจนว่าดำเนินคดีกับใคร
[3] คำร้องทุกข์ไม่มีแบบแต่อย่างใด คำร้องทุกข์จึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือ ๗๑๙-๗๒๐/๒๔๘๓ ,แม้พนักงานสอบสวนยังไม่ลงบันทึกประจำวันก็เป็นคำร้องทุกข์ที่ชอบแล้ว ๒๓๗๑/๒๒ ,หนังสือร้องเรียนไปยังเจ้าพนักงานตำรวจ ขอให้ดำเนินคดีกับจำเลยก็เป็นการร้องทุกข์แล้ว ๒๔๔/๐๗ป.,ในคดีความผิดต่อส่วนตัวผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือน นับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตามป.อ.มาตรา ๙๖ ซึ่งหากมีผู้เสียหายหลายคนการนับอายุความนับแต่ผู้เสียหายคนแรกรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ(ฎ ๓๐๘๕/๓๗)
[4] ต้องมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ ดังนั้นกรณีนี้ไม่ใช่ ได้แก่ แจ้งความเพื่อกันคดีขาดอายุความแจ้งไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ,หนังสือมอบอำนาจไม่ได้ระบุให้มีอำนาจแจ้งความ ,แจ้งเพื่อชะลอการดำเนินคดีไว้ก่อน ,แจ้งความตามพรบ.ความรับผิดจากการใช้เช็คและแจ้งว่าต้องการรับเช็คของกลางไปเพื่อดำเนินการฟ้องอีกทางโดยไม่ขอมอบคอีต่อพนักงานสอบสวน,ตัวการหลายคนแต่ร้องทุกข์โดยระบุชื่อบางคนถือว่าผู้เสียหายไม่มีเจตนาให้ผู้ที่ไม่ระบุชื่อได้รับโทษ๓๓๔๖/๓๖,คดีอาญาแผ่นดินไม่จำต้องมีการร้องทุกข์ดังนั้นแม้ผู้เสียหายจะร้องทุกข์ไม่ครบตัวการก็มีอำนาจดำเนินคดี๔๐๔๘/๔๐, ให้พิจารณาเจตนาขณะร้องทุกข์ ดังนั้นถ้ามีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษแล้วจึงเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายแม้ในชั้นพิจารณาผู้เสียหายจะมาเบิกความว่าไม่มีเจตนาให้เอาโทษจำเลย การร้องทุกข์ก็ไม่เสียไป ๑๘๖/๐๓

หลักปวิอ.ม.๒(๔)


(๔) [1]ผู้เสียหาย  หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหาย[2]เนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง  รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดั่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๔,๕ และ ๖


[1] หลัก ผู้เสียหายทุกมาตราหมายถึง บุคคล ๒ ประเภท ได้แก่ ผู้เสียหายที่แท้จริง และ ผู้มีอำนาจจัดการแทนตามม.๔,๕,๖ ยกเว้นม.๒๙ ที่จำกัดเฉพาะผู้เสียหายที่แท้จริงหากผู้มีอำนาจจัดการแทนฟ้องคดีแทนตามม.๓(๒) ต้องห้ามเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตาย  หลักเกณฑ์ในการเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง๑.ต้องมีสภาพบุคคล จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ ๒.ต้องมีการกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งเกิดขึ้น ๓.บุคคลนั้นได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานนั้น ๔.บุคคลนั้นต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหมายความว่า ไม่เป็นผู้มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดหรือเกี่ยวข้องพัวพันกับการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด  เช่น เช็คพิพาทได้รวมดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเกินอัตรา ถือว่า ผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจะถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบและเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่ได้ ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ๓(๑) การสอบสวนไม่ชอบและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ๑๒๐,๑๒๑ ฎ๓๐/๒๕๔๓ ,กรณีบุคคลมีส่วนร่วมในการประมาท เช่นต่างขับรถด้วยความเร็ว,บุคคลที่สมัครใจทะเลาะวิวาทกัน ,กรณีบุคคลยินยอมให้ผู้อื่นกระทำความผิด เช่นยินยอมให้ทำแท้ง ทำสัญญาชำระดอกเบี้ยเกินอัตราโดยสมัครใจ ตกลงซื้อธนบัตรปลอม,กรณีเป็นตัวการผู้สนับสนุนผู้ใช้ ,ความผิดจากการใช้เช็ค คุ้มครองบุคคลผู้ทรงเช็คในขณะที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน,เท่านั้น ดังนั้นหลังจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว แม้ผู้ทรงจะส่งมอบเช็คให้แก่บุคคลใด บุคคลที่มีเช็คไว้ในการครอบครองไม่เป็นผู้เสียหายแต่อย่างใด
[2] กรณีเป็นผู้เสียหาย
หลักพิจารณาตามความผิดสรุปดังนี้
๑.ความผิดคดีฉ้อโกง ผู้เสียหายคือผู้ที่ถูกหลอกลวงเท่านั้น(แม้ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์) ยกเว้นกรณีหลอกลวงเอาจากผู้ครอบครอง นอกจากผู้ครอบครองเป็นผู้เสียหายแล้วยังรวมถึง เจ้าของกรรมสิทธิ์แม้จะไม่ใช่ผู้ถูกหลอกลวงก็ตาม เช่น ผู้จัดการร้านหลอกเอาเงินจากผู้ซื้ออ้างว่าเจ้าของขึ้นราคา ลูกค้าส่งมอบเงินให้เพราะจำเลยหลอกลวง มิใช่เงินที่รับไว้เพราะการเป็นตัวแทน เจ้าของร้านไม่ใช่ผู้เสียหาย ๔๖๘๔/๒๘(ป),ผู้อื่นจ่ายเงินเป็นเช็คให้โจทก์ร่วม จำเลยลูกจ้างปลอมลายมือชื่อในเช็ค สลักหลังโอนแล้วไปขึ้นเงินธนาคารเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ไม่รวมผู้มีชื่อในเช็ค (เสียหายเฉพาะปลอมเอกสาร)๑๓๔๑/๒๔๙๕ ,กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ได้ตกลงกันในกระบวนการห้างหุ้นส่วนไว้ ผู้เป็นหุ้นส่วนย่อมจัดการห้างหุ้นส่วนนั้นได้ทุกคน,ธนาคารเป็นผู้รับฝากเงินโดยอาชีพ ปพพ.ม.๖๗๒ ว่าผู้รับฝากไม่พึงต้องส่งเงินคืนเป็นเงินตราอันเดียวกับที่ฝากแต่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวน ดังนั้นเงินที่ฝากไว้ย่อมเป็นของผู้ฝาก ผู้ฝากไม่เป็นผู้เสียหาย(ปลอมลายมือชื่อผู้ฝากไปทำเอทีเอ็มและลักบัตรไปถอนเงิน),แต่หากลักบัตรเอทีเอ็มซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงแล้วนำไปถอนเงินด่วน ถือว่าเป็นเงินของลูกค้าแล้ว(เงินที่ถอนเป็นของผู้เสียหาย),
๒.บุกรุก ผู้ครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ.๑๓๐๔ มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานบุกรุก (๙๒๘/๒๐)
๓.ยักยอก ได้แก่ เจ้าของกรรมสิทธิ์ และผู้ครอบครองดูแลทรัพย์ขณะยักยอก เช่น คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านมีวัตถุประสงค์ให้สมาชิกกองทุนกู้เงินไปลงทุน แม้ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่เงินที่จำเลยยักยอกเป็นเงินที่ได้จากการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านเมื่อจำเลยยักยอกเงินดังกล่าวไป คณะกรรมการหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ครอบครอง(ยักยอกเงินกองทุนซึ่งอยู่ในความครอบครองของสมาชิกและคณะกรรมการ),คดีแพ่งศาลสั่งคุ้มครองประโยชน์จำเลยโดยให้จำเลยเก็บค่าเช่าทรัพย์มาวางศาลถือว่าเงินที่เก็บมาได้ไม่เป็นเงินของโจทก์ การที่จำเลยไม่นำมาวางศาลแล้วนำเงินไปใช้ประโยชน์โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย,คดีแพ่งมีการตกลงประนีประนอมยอมความกัน หากมีการมอบอำนาจให้ทนายรับเงินแทน ทนายเบียดบัง(เงินดังกล่าวตกเป็นของโจทก์ในฐานะตัวการ) โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย แต่หากไม่มีการมอบอำนาจให้รับแทน คู่กรณีไปชำระให้ทนาย(เงินดังกล่าวยังไม่ตกเป็นของโจทก์) โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย,กรณีตั้งตัวแทนรับชำระเงินต่าง ๆ ตัวการเป็นผู้เสียหายผู้ชำระเงินไม่เป็นผู้เสียหาย เช่น วัดตั้งจำเลยเป็นผู้เก็บเงินค่าเช่ามีการเอาเงินค่าเช่าไปวัดเป็นผู้เสียหายแต่ผู้ชำระเงินไม่เป็นผู้เสียหาย,ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นนิติบุคคลต่างหาก การที่หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นผู้เสียหายหุ้นส่วนผู้จัดการไม่เป็นผู้เสียหาย การร้องทุกข์ต้องระบุว่าเกี่ยวข้องกับห้างอย่างไร,หุ้นส่วนผู้จัดการยักยอกทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัด หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้เสียหาย มอบอำนาจให้บุคคลอื่นร้องทุกข์แทนได้ ๑๒๕๐/๒๑(ป) เหตุผลเพราะม.๕(๓)บัญญัติให้ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นฟ้องคดีแทน ถ้าผู้จัดการกระทำความผิดเสียเองเป็นที่เห็นได้ชัดว่าผู้กระทำความผิดจะไม่ฟ้องตนเอง ดังนี้บรรดาหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นซึ่งมีประโยชน์ได้เสียร่วมกับนิติบุคคลย่อมได้รับความเสียหายถือว่าผู้ถือหุ้นเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีตามม.๒๘(๒)ประกอบ ม.๒(๔),มรดกผู้ตายย่อมตกแก่ทายาททันทีโดยผลของกฎหมาย ทายาทเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอก,ผู้เช่าชื้อตายมีผู้ยักยอกหลังตาย ทายาทผู้เช่าชื้อเป็นผู้เสียหาย(แม้กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้ให้เช่าชื้อย่อมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ และมีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์คืนในสภาพที่เรียบร้อยแก้ผู้ให้เช่าชื้อในสภาพเรียบร้อยหากมีกรณีต้องคืน เมื่อบุตรของผู้เช่าชื้อถึงแก่กรรม สิทธิหน้าที่ดังกล่าวย่อมตกมายังทายาท ทายาทย่อมได้รับความเสียหาย)
๔.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ รับของโจร และบุกรุก เป็นการกระทำที่กระทบต่อกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครอง ดังนี้เจ้าของทรัพย์หรือผู้ครอบครองดูแลรักษาทรัพย์เป็นผู้เสียหายในความผิดดังกล่าวได้ ,คำว่าผู้เสียหายในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในทรัพย์ที่ถูกลักไป บุคคลที่เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ที่ถูกลักไปก็เป็นผู้เสียหายได้ ดังนั้นโจทก์เป็นผู้ขนส่งระหว่างการขนส่งสินค้ายังอยู่ในความครอบครองของผู้ขนส่ง ผู้ขนส่งย่อมได้รับความเสียหายเพราะมีหน้าที่ต้องส่งมอบสินค้าให้ครบจำนวนจึงเป็นผู้เสียหาย(๕๘๕๕/๕๐),ผู้เช่าเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ที่เช่า เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานบุกรุกแต่ผู้อาศัยจากผู้เช่าอีกทอดหนึ่งไม่เป็นผู้เสียหาย
๕.ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์  ได้แก่ เจ้าของทรัพย์ และผู้ครอบครองรักษาทรัพย์  ผู้ครอบครองรักษาทรัพย์จะต้องเป็นผู้ได้รับมอบหมายโดยตรงจากเจ้าของทรัพย์  ถ้าเพียงแต่อนุญาตให้พักอาศัยเท่านั้นโดยไม่ได้รับมอบหมายโดยตรงให้ครอบครอง ผู้ที่พักอาศัยอยู่ไม่ใช่ผู้เสียหาย
-จำเลยมิได้มีเจตนาเล่นการพนัน แต่เป็นแผนการหรืออุบายอย่างหนึ่งที่สร้างเรื่องขึ้นเพื่อหลอกเอาเงิน ทั้งโจทก์ร่วมมิได้มีเจตนาไปเล่นการพนันแต่ได้มอบเงินเพื่อเข้าหุ้นเล่นการพนัน เป็นการตกหลุมพรางที่วางไว้ โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายฐานฉ้อโกง ๑๓๓๕/๒๕๕๒,โจทก์ประกอบกิจการให้เช่าซื้อรถแท็กซี่ มีบุคคลเอารถมาเข้าร่วมโดยเจ้าของเดิมยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และเป็นคู่สัญญาเช่าซื้อกำหนดชำระเป็นรายวันโดยให้โจทก์เก็บเงินให้ จำเลยรับไว้โดยทุจริตผิดยักยอก โจทก์เป็นผู้เสียหาย๔๘๒๓/๒๕๕๒,นายวงแชร์ยักยอกเช็คไปโดยไม่มอบให้แก่ลูกวงที่ประมูลได้  ผู้ประมูลได้เป็นผู้เสียหาย ๕๘๘๓/๒๕๕๒,ความผิดตาม ๑๕๗ เป็นบทบัญญัติที่ต้องการเอาโทษแก่เจ้าพนักงาน โดยปกติเป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ยกเว้นตามบทบัญญัติตอนแรกคำว่าเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดนั้นหมายความถึงเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่เอกชนด้วย เช่น พรบ.วิชาชีพเวชกรรม หากเอกชนได้รับความเสียหายได้ต้องเป็นการเสียหายโดยตรงและต้องได้รับความเสียหายเป็นพิเศษจึงจะมีอำนาจฟ้อง ๗๐๓๐/๒๕๕๑,
-กรณีรัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย ได้แก่พรบ.การธนาคารพานิชย์รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย๖๒๔/๒๕๕๓,พรบ.จราจร ,พรบ.อาวุธปืน,เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์,ฐานทำลายพยานหลักฐาน,ตามพรก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.๒๕๒๗ ,ความผิดตามพรบ.ศุลกากร ,ความผิดตามป.อ.๑๕๘ ,ความผิดตามพรบ.อาหาร ,ความผิดตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษ  ผลไม่ใช่เอกชนผู้เสียหายไม่มีอำนาจในการร้องทุกข์,ฟ้อง ,เข้าร่วมเป็นโจทก์
-กรณีไม่เป็นผู้เสียหาย ความรับผิดจากการใช้เช็ค  ต้องเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายตามปพพ.๙๐๔ หมายถึงบุคคลที่มีตั๋วเงินไว้ในความครอบครอง โดยฐานเป็นผู้รับเงิน หรือผู้รับสลักหลัง และหากเป็นจ่ายให้ผู้ถือก็ถือว่าเป็นผู้ทรง แต่การที่ตัวแทนรับเองไม่ระบุว่าแทนนิติบุคคล นิติบุคคลไม่เป็นผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์
-คำว่า ผู้เสียหาย ในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ถูกลักไป บุคคลที่เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ที่ถูกลักไป บุคคลที่เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ที่ถูกลักไปก็เป็นผู้เสียหายได้ คดีนี้ได้ความว่า ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้างโดยเป็นการซื้อขายเด็ดขาดกรรมสิทธิ์โอน อาหารสัตว์ยังคงอยู่ในความครอบครองของนายจ้างนายจ้างย่อมได้รับความเสียหาย เนื่องจากนายจ้างมีหน้าที่ต้องส่งมอบอาหารสัตว์ให้ครบจำนวน ๕๘๕๕/๕๐