วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

หลักปวิอ.ม.๒๘,๒๙


มาตรา ๒๘  บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(๑) พนักงานอัยการ
(๒) [1]ผู้เสียหาย

มาตรา ๒๙  เมื่อผู้เสียหาย[2]ได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง [3]ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะ[4]ดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้
ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็นผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือ[5]ผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องแทนไว้แล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้


[1] ผู้เสียหายหลายคน แม้ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ฟ้องผู้กระทำความผิดไปแล้ว ผู้เสียหายคนอื่นก็ยังมีสิทธิฟ้องผู้กระทำความผิดได้อีก ๗๖๙/๓๕
[2]-ผู้เสียหายหมายถึงผู้เสียหายที่แท้จริงตาม ม.๒(๔)เท่านั้น หากเป็นผู้จัดการแทน ม.๔,๕,๖ ไม่อาจเข้าแทนได้
-นายก.สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ฟ้องความผิดป.อ.๒๙๑(อาญาแผ่นดิน) ต่อมานาย ก.ได้ตายลง เป็นเพียงผู้จัดการแทนผู้เสียหายตามม.๓(๒) และม.๕(๒) ไม่อาจเข้าแทน คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ของศาลชั้นต้นการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นก่อนโจทก์ถึงแก่ความตายไม่เสื่อมเสียถือว่าโจทก์ฟ้องกระทำการแทนรัฐ ศาลชั้นต้นพิพากษาจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไว้แล้วตามคำพิพากษาชอบแล้ว ๘๕๓๗/๒๕๕๓
[3] ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานถือตามความเป็นจริง ๕๑๑๙/๓๐
[4] การรับมรดกความมิได้จำกัดไว้แต่ประเด็นเนื้อหาแห่งคดี  รวมถึง ชั้นขอปล่อยตัวตามมาตรา ๙๐ และชั้นขอคืนของกลางตามมาตรา ๓๖ ,การดำเนินคดีต่างผู้ตาย เมื่อคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แม้จะขอเข้ามาดำเนินคดีต่างผู้ตายเกิน ๑ ปีก็ตามเพราะบทกฎหมายดังกล่าวม้ได้กำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำร้องไว้  ,จะเข้ามาเพียงให้ศาลจำหน่ายคดีก็ได้ ,การรับมรดกความในคดีอาญาเขียนไว้โดยเฉพาะแล้วในปวิอ.ม.๒๙ ไม่อาจนำปวิพ.มาตรา ๔๒และ๔๓ มาใช้บังคับได้
[5] ผู้แทนเฉพาะคดีจะว่าคดีต่อไปได้ต้องเป็นกรณีได้มีการตั้งผู้แทนเฉพาะคดีไว้ก่อนผู้เสียหายตายลง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น