มาตรา ๒๘ บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(๑)
พนักงานอัยการ
(๒) [1]ผู้เสียหาย
มาตรา ๒๙ เมื่อผู้เสียหาย[2]ได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง [3]ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะ[4]ดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้
ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็นผู้เยาว์
ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือ[5]ผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องแทนไว้แล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้
[1]
ผู้เสียหายหลายคน
แม้ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ฟ้องผู้กระทำความผิดไปแล้ว
ผู้เสียหายคนอื่นก็ยังมีสิทธิฟ้องผู้กระทำความผิดได้อีก
๗๖๙/๓๕
[2]-ผู้เสียหายหมายถึงผู้เสียหายที่แท้จริงตาม
ม.๒(๔)เท่านั้น หากเป็นผู้จัดการแทน ม.๔,๕,๖ ไม่อาจเข้าแทนได้
-นายก.สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย
ฟ้องความผิดป.อ.๒๙๑(อาญาแผ่นดิน) ต่อมานาย ก.ได้ตายลง
เป็นเพียงผู้จัดการแทนผู้เสียหายตามม.๓(๒) และม.๕(๒) ไม่อาจเข้าแทน คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ของศาลชั้นต้นการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นก่อนโจทก์ถึงแก่ความตายไม่เสื่อมเสียถือว่าโจทก์ฟ้องกระทำการแทนรัฐ
ศาลชั้นต้นพิพากษาจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไว้แล้วตามคำพิพากษาชอบแล้ว
๘๕๓๗/๒๕๕๓
[3]
ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานถือตามความเป็นจริง ๕๑๑๙/๓๐
[4]
การรับมรดกความมิได้จำกัดไว้แต่ประเด็นเนื้อหาแห่งคดี รวมถึง ชั้นขอปล่อยตัวตามมาตรา ๙๐
และชั้นขอคืนของกลางตามมาตรา ๓๖ ,การดำเนินคดีต่างผู้ตาย
เมื่อคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล แม้จะขอเข้ามาดำเนินคดีต่างผู้ตายเกิน ๑
ปีก็ตามเพราะบทกฎหมายดังกล่าวม้ได้กำหนดระยะเวลาให้ยื่นคำร้องไว้ ,จะเข้ามาเพียงให้ศาลจำหน่ายคดีก็ได้
,การรับมรดกความในคดีอาญาเขียนไว้โดยเฉพาะแล้วในปวิอ.ม.๒๙ ไม่อาจนำปวิพ.มาตรา
๔๒และ๔๓ มาใช้บังคับได้
[5]
ผู้แทนเฉพาะคดีจะว่าคดีต่อไปได้ต้องเป็นกรณีได้มีการตั้งผู้แทนเฉพาะคดีไว้ก่อนผู้เสียหายตายลง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น