หมวด ๓
อำนาจศาล
(๑) เมื่อจำเลยมี[1]ที่อยู่ หรือ[2]ถูกจับในท้องที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้าพนักงานทำการสอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศาลดั่งกล่าวแล้ว
[3]จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้นๆ อยู่ในเขตอำนาจก็ได้
(๒) เมื่อความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทยให้ชำระคดีนั้นที่ศาลอาญา
ถ้าการสอบสวนได้กระทำลงในท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเขตของศาลใด
ให้ชำระที่ศาลนั้นได้ด้วย
มาตรา ๒๓ เมื่อศาลแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี
ถ้าได้ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลหนึ่งซึ่งตามฟ้องความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดีไปชำระที่ศาลอื่นซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้
ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดเกิดในเขต
แต่ต่อมาความปรากฏแก่โจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าให้อีกศาลหนึ่งซึ่งมีอำนาจชำระคดีได้พิจารณาคดีนั้น
โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาขอโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งก็ได้
แม้ว่าจำเลยจะคัดค้านก็ตาม เมื่อศาลเห็นสมควรจะโอนคดีไปหรือยกคำร้องเสียก็ได้
(๑) ปรากฏว่า[5]ความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน หรือผู้กระทำผิดหลายคนเกี่ยวพันกันในการกระทำความผิดฐานหนึ่งหรือ[6]หลายฐาน จะเป็นตัวการ ผู้สมรู้หรือรับของโจรก็ตาม
(๒) [7]ปรากฏว่าความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยมีเจตนาอย่างเดียวกัน หรือโดยผู้กระทำผิดทั้งหลายได้คบคิดกันมาแต่ก่อนแล้ว
(๓)
ปรากฏว่าความผิดฐานหนึ่งเกิดขึ้นโดยมีเจตนาช่วยผู้กระทำผิดอื่นให้พ้นจากรับโทษในความผิดอย่างอื่นซึ่งเขาได้กระทำไว้
ดั่งนี้จะ[8]ฟ้องคดีทุกเรื่อง
หรือฟ้องผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อศาลซึ่งมีอำนาจชำระในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าไว้ก็ได้
ถ้าความผิดอันเกี่ยวพันกันมีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ศาลซึ่งมีอำนาจชำระ
ก็คือศาลซึ่งรับฟ้องเรื่องหนึ่งเรื่องใดในความผิดเกี่ยวพันกันนั้นไว้ก่อน
[1]
ที่อยู่
มีความหมายเช่นเดียวกับ ภูมิลำเนาตาม ม.๓๗ ๒๐๗๓/๓๖ ,
[2]
การจับกุม หมายถึง ต้องมีการจับกุมจำเลยจริง ๆ ในเขตศาลนั้น
ในข้อหาที่ถูกกล่าวหา
การที่จำเลยถูกจับกุมในความผิดฐานอื่นแล้วจึงได้อายัดจำเลยมาสอบสวน
ไม่ถือว่าจำเลยถูกจับในข้อหาที่ถูกกล่าวหานี้ โจทก์จะขออนุญาตฟ้อง
ตามม.๒๒(๑)
ไม่ได้
[3]
แม้เรือนจำกลางจะเป็นภูมิลำเนาของจำเลย
ตาม ปพพ.๔๗ แต่ปวิอ.มาตรา ๒๒(๑) มิได้บัญญัติบังคับให้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลที่จำเลยมีเขตอำนาจ
ต้องรับคดีที่โจทก์ยื่นฟ้องไว้พิจารณา และมิใช่บทบัญญัติกำหนดให้สิทธิโจทก์จะเลือกยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่จำเลยมีที่อยู่ในเขตอำนาจได้
หากแต่เป็นบทบัญญัติให้เป็นดุลพินิจศาลที่จะชำระคดีหรือไม่ก็ได้ และเอาความสะดวกเพียงขั้นตอนเดียวมาอ้างไม่ได้
๖๕๑๑/๔๖ ทั้งนี้ไม่ได้ความว่าหากพิจารณาที่ศาลที่จำเลยมีที่อยู่จะสะดวกยิ่งกว่า
[4]
ถือว่าความผิดหลายเรื่องเกี่ยวพันกัน
ได้แก่
ความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานเสพกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต
(ผู้กระทำคนเดียวกัน) ,ลักทรัพย์กับรับของโจร ทรัพย์ชนิดเดียวกัน ,
[5]
หลายฐานคนเดียว
เช่นความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานเสพกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต
(ผู้กระทำคนเดียวกัน) ,คนเดียวขนยาเสพติดและหนีเข้าเมือง
,คนเดียวผิดฉ้อโกงและแจ้งความเท็จ
[6]
ลักทรัพย์กับรับของโจร
หากเป็นทรัพย์สิ่งเดียวกัน เป็นความผิดหลายฐานเกี่ยวพันกัน
โดยมีผู้กระทำความผิดหลายคน ทั้งที่เป็นตัวการ ผู้สมรู้ และรับของโจร
[7]
หลายฐานกระทำโดยเจตนาเดียวกัน
ได้แก่ จำเลยที่ ๑ ให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท จำเลยที่ ๓ เป็นผู้พิมพ์เผยแพร่
ให้สัมภาษณ์กรุงเทพ ฟ้องต่างจังหวัดได้ เพราะหนังสือวางทั่วราชอาณาจักร
ถือว่าความผิดเกิดต่างจังหวัดด้วย
[8]
ถ้าอัตราโทษของฐานความผิดที่มีอัตราโทษสูงกว่าอยู่ในอำนาจศาลจังหวัด
ส่วนความผิดฐานอื่นอยู่ในอำนาจของศาลแขวง
โจทก์ก็สามารถฟ้องจำเลยทุกฐานความผิดต่อศาลจังหวัดได้ ๓๐๒๔/๓๒
,แม้ความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นต่างท้องที่กัน
(จังหวัดราชบุรี)(จังหวัดนครปฐม) แต่ทรัพย์ที่ถูกลักเป็นทรัพย์สิ่งเดียวกัน
โดยถูกลักจากที่หนึ่งไปจำหน่ายอีกท้องที่หนึ่ง จึงเป็นความผิดหลายฐานเกี่ยวพันกัน
โดยมีผู้กระทำความผิดหลายคนที่เป็นตัวการลักทรัพย์ ผู้สมรู้ผู้รับของโจร ตามปวิอ.
ม.๒๔(๑) ๒๔๕๕/๕๐
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น