วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

ปวิอ.อำนาจศาล ม.๒๒-๒๔


หมวด ๓
อำนาจศาล
                               

มาตรา ๒๒  เมื่อความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลใดให้ชำระที่ศาลนั้น แต่ถ้า
(๑) เมื่อจำเลยมี[1]ที่อยู่ หรือ[2]ถูกจับในท้องที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้าพนักงานทำการสอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศาลดั่งกล่าวแล้ว [3]จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้นๆ อยู่ในเขตอำนาจก็ได้
(๒) เมื่อความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทยให้ชำระคดีนั้นที่ศาลอาญา ถ้าการสอบสวนได้กระทำลงในท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเขตของศาลใด ให้ชำระที่ศาลนั้นได้ด้วย

มาตรา ๒๓  เมื่อศาลแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี ถ้าได้ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลหนึ่งซึ่งตามฟ้องความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดีไปชำระที่ศาลอื่นซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้
ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดเกิดในเขต แต่ต่อมาความปรากฏแก่โจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าให้อีกศาลหนึ่งซึ่งมีอำนาจชำระคดีได้พิจารณาคดีนั้น โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาขอโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งก็ได้ แม้ว่าจำเลยจะคัดค้านก็ตาม เมื่อศาลเห็นสมควรจะโอนคดีไปหรือยกคำร้องเสียก็ได้

มาตรา ๒๔  เมื่อ[4]ความผิดหลายเรื่องเกี่ยวพันกันโดยเหตุหนึ่งเหตุใด เป็นต้นว่า
(๑) ปรากฏว่า[5]ความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกัน หรือผู้กระทำผิดหลายคนเกี่ยวพันกันในการกระทำความผิดฐานหนึ่งหรือ[6]หลายฐาน จะเป็นตัวการ ผู้สมรู้หรือรับของโจรก็ตาม
(๒) [7]ปรากฏว่าความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยมีเจตนาอย่างเดียวกัน หรือโดยผู้กระทำผิดทั้งหลายได้คบคิดกันมาแต่ก่อนแล้ว
(๓) ปรากฏว่าความผิดฐานหนึ่งเกิดขึ้นโดยมีเจตนาช่วยผู้กระทำผิดอื่นให้พ้นจากรับโทษในความผิดอย่างอื่นซึ่งเขาได้กระทำไว้
ดั่งนี้จะ[8]ฟ้องคดีทุกเรื่อง หรือฟ้องผู้กระทำความผิดทั้งหมดต่อศาลซึ่งมีอำนาจชำระในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าไว้ก็ได้
ถ้าความผิดอันเกี่ยวพันกันมีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ศาลซึ่งมีอำนาจชำระ ก็คือศาลซึ่งรับฟ้องเรื่องหนึ่งเรื่องใดในความผิดเกี่ยวพันกันนั้นไว้ก่อน


[1] ที่อยู่ มีความหมายเช่นเดียวกับ ภูมิลำเนาตาม ม.๓๗ ๒๐๗๓/๓๖ ,
[2] การจับกุม หมายถึง ต้องมีการจับกุมจำเลยจริง ๆ ในเขตศาลนั้น ในข้อหาที่ถูกกล่าวหา การที่จำเลยถูกจับกุมในความผิดฐานอื่นแล้วจึงได้อายัดจำเลยมาสอบสวน ไม่ถือว่าจำเลยถูกจับในข้อหาที่ถูกกล่าวหานี้ โจทก์จะขออนุญาตฟ้อง
ตามม.๒๒(๑) ไม่ได้
[3] แม้เรือนจำกลางจะเป็นภูมิลำเนาของจำเลย ตาม ปพพ.๔๗ แต่ปวิอ.มาตรา ๒๒(๑) มิได้บัญญัติบังคับให้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลที่จำเลยมีเขตอำนาจ ต้องรับคดีที่โจทก์ยื่นฟ้องไว้พิจารณา และมิใช่บทบัญญัติกำหนดให้สิทธิโจทก์จะเลือกยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่จำเลยมีที่อยู่ในเขตอำนาจได้ หากแต่เป็นบทบัญญัติให้เป็นดุลพินิจศาลที่จะชำระคดีหรือไม่ก็ได้  และเอาความสะดวกเพียงขั้นตอนเดียวมาอ้างไม่ได้ ๖๕๑๑/๔๖ ทั้งนี้ไม่ได้ความว่าหากพิจารณาที่ศาลที่จำเลยมีที่อยู่จะสะดวกยิ่งกว่า
[4] ถือว่าความผิดหลายเรื่องเกี่ยวพันกัน ได้แก่ ความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานเสพกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต (ผู้กระทำคนเดียวกัน) ,ลักทรัพย์กับรับของโจร ทรัพย์ชนิดเดียวกัน ,
[5] หลายฐานคนเดียว เช่นความผิดฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานเสพกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต (ผู้กระทำคนเดียวกัน) ,คนเดียวขนยาเสพติดและหนีเข้าเมือง ,คนเดียวผิดฉ้อโกงและแจ้งความเท็จ
[6] ลักทรัพย์กับรับของโจร หากเป็นทรัพย์สิ่งเดียวกัน เป็นความผิดหลายฐานเกี่ยวพันกัน โดยมีผู้กระทำความผิดหลายคน ทั้งที่เป็นตัวการ ผู้สมรู้ และรับของโจร
[7] หลายฐานกระทำโดยเจตนาเดียวกัน ได้แก่ จำเลยที่ ๑ ให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท จำเลยที่ ๓ เป็นผู้พิมพ์เผยแพร่ ให้สัมภาษณ์กรุงเทพ ฟ้องต่างจังหวัดได้ เพราะหนังสือวางทั่วราชอาณาจักร ถือว่าความผิดเกิดต่างจังหวัดด้วย
[8] ถ้าอัตราโทษของฐานความผิดที่มีอัตราโทษสูงกว่าอยู่ในอำนาจศาลจังหวัด ส่วนความผิดฐานอื่นอยู่ในอำนาจของศาลแขวง โจทก์ก็สามารถฟ้องจำเลยทุกฐานความผิดต่อศาลจังหวัดได้ ๓๐๒๔/๓๒ ,แม้ความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นต่างท้องที่กัน (จังหวัดราชบุรี)(จังหวัดนครปฐม) แต่ทรัพย์ที่ถูกลักเป็นทรัพย์สิ่งเดียวกัน โดยถูกลักจากที่หนึ่งไปจำหน่ายอีกท้องที่หนึ่ง จึงเป็นความผิดหลายฐานเกี่ยวพันกัน โดยมีผู้กระทำความผิดหลายคนที่เป็นตัวการลักทรัพย์ ผู้สมรู้ผู้รับของโจร ตามปวิอ. ม.๒๔(๑) ๒๔๕๕/๕๐ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น