วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

ปวิอ.ม๑๙๕ อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมาย


[1]มาตรา ๑๙๕  ข้อกฎหมายทั้งปวงอันคู่ความอุทธรณ์ร้องอ้างอิงให้แสดงไว้โดยชัดเจนในฟ้องอุทธรณ์ แต่[2]ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้น
[3]ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย หรือที่เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยอุทธรณ์ เหล่านี้ผู้อุทธรณ์หรือศาลยกขึ้นอ้างได้ แม้ว่าจะไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม




[1] ม.๑๙๕ นำไปใช้ในชั้นอุทธรณ์ด้วย อ้าง ๒๒๕  , นำไปใช้กับวิธีพิจารณาความอาญาด้วยซึ่งหากเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากันแล้วในศาลชั้นต้นใช้ปวิพ.๒๒๕ ประกอบปวิอ.๑๕ ชั้นฎีกาปวิพ.๒๔๙ ประกอบปวิอ.๑๕
[2] คอีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปหรือที่สถานหนักกว่านั้น เป็นคดีที่โจทก์ต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ ศาลจะลงโทษจำเลยก็ต่อเมื่อพอใจว่าจำเลยกระทำความผิด  จำเลยจึงอุทธรณ์ได้ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอรับฟัง,กรณีถือว่ามิได้ว่ากล่าวมาแล้วโดยชอบ เช่น กรณีจำเลยให้การรับสารภาพในคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกไม่เกิน ๕ ปี ศาลมีคำพิพากษาโดยไม่ต้องสืบพยาน ม.๑๗๖ จำเลยจะอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดไม่ได้๕๔๔๙/๔๒ , คดีต้องห้ามอุทธรณ์แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ถือว่าไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์,รายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติไม่เป็นพยานหลักฐานของโจทก์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยกขึ้นว่กล่าวในศาลชั้นต้น
[3] ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบฯ ได้แก่ ฟ้อง ป.อ.๓๗๑ ระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท จึงมีอายุความ ๑ ปีเมื่อฟ้องเกิน ๑ ปี ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษมาศาลฎีกายกขึ้นได้แม้จะไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้น ๑๘๖๗/๒๕๕๓ , จำเลยไม่ได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยกระทำโดยป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ก็เป็นปัญหาความสงบยกได้ตาม ๑๙๕ วรรคสองประกอบ ๒๒๕ ฎ ๗๖๕๐/๒๕๕๓ ,ไม่ได้บรรยายเกี่ยวกับวันเวลาในการกระทำความผิด ฟ้องโจทก์ขาดสาระสำคัญเกี่ยวกับเวลาเป็นปัญหาความสงบฯ ๑๕๑๗/๒๕๕๒ ,ศาลล่างพิพากษาเกินคำขอหรือไม่ เป็นปัญหาความสงบฯ ๑๐๙๐๓/๒๕๕๑ ,กรณีถือว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เช่น เรื่องอำนาจฟ้อง  การปรับบทลงโทษจำเลยในความผิดฐานใด,ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (คดีแพ่งไม่ใช่),    การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม,คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่,ข้อเท็จจริงที่ฟังมาไม่เป็นความผิดสำเร็จแต่เป็นพยายาม,ศาลวางโทษไม่ถูกต้อง,ศาลล่างพิพากษาเกินคำขอ ,ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังโดยแจ้งวันนัดไม่ชอบ,เพิ่มโทษชอบหรือไม่(เช่นศาลอุธรณ์นำโทษมาบวก มิใช่การเพิ่มเติมโทษเพราะกฎหมายบัญญัติให้ศาลต้องปฏิบัติและเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบศาลยกได้แม้ไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์๒๑๑๕/๔๗), ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยยังมิได้วินิจฉัยเรื่องของกลาง,โจทก์เป็นผู้เสียหายหรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น