วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

ปวิอ.ม.๓๙


มาตรา ๓๙  สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดั่งต่อไปนี้
(๑) โดย[1]ความตายของผู้กระทำผิด
(๒) ใน[2]คดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์[3] [4]ถอนฟ้องหรือ[5]ยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
(๓) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา ๓๗
(๔) เมื่อมี[6]คำพิพากษา[7]เสร็จเด็ดขาด[8]ในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(๕) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(๖) เมื่อ[9]คดีขาดอายุความ
(๗) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ


[1] ผลส่วนแพ่ง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง เมื่อจำเลยตายมีผลให้คำพิพากษาของศาลล่างในส่วนให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ระงับไป แม้ผู้เสียหายจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมก็ตาม,หากผู้เสียหายฟ้องเองใช้มาตรา ๔๒ ปวิพ. ,ศาลล่างสั่งให้ริบรถยนต์  จำเลยตายระหว่างการพิจารณาสิทิธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามปวิอ.ม.๓๙(๑) และโทษย่อมระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำความผิด(ตามปอ.ม.๓๓ (๑) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด(เมื่อความผิดระงับยึดไม่ได้)
[2] คดีความผิดต่อส่วนตัว มีความหมายอย่างเดียวกับความผิดอันยอมความได้ ,-กรณีกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท การถอนคำร้องทุกข์มีผลทำให้คดีอาญามาฟ้องระงับไปเฉพาะความผิดอันยอมความได้อัยการมีอำนาจดำเนินคดีในความผิดมิใช่ความผิดอันยอมความได้ต่อไป๑๑๒๗/๔๔ , -การถอนคำร้องทุกข์อาจถอนต่อพนักงานสอบสวนอัยการหรือศาลก็ได้ผลคืออัยการได้รับการถอนคำร้องทุกข์แล้ว ศาลไม่ต้องถามผู้เสียหายอีก,
-เมื่อมีการถอนคำร้องทุกข์ศาลต้องจำหน่ายคดีจะยกฟ้องไม่ได้,
-ระยะเวลาการถอนคำร้องทุกถอนต่อศาลได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ๑๑๕๐/๓๔,
-ศาลที่มีอำนาจสั่ง ยื่นถอนคำร้องทุกข์ภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แม้ไม่มีฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่ง ,
-ผลของการถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับระหว่างการพิจารณา คำขอส่วนแพ่งตกไปด้วย  ,
-การยอมความไม่ต้องทำเป็นหนังสือ ,
-โจทก์ฟ้องเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ลงเฉพาะความผิดต่อส่วนตัวและยกฟ้องความผิดอาญาแผ่นดินถือว่าคดีเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวจึงยอมความในศาลสูงได้ ๒๒๕๗/๔๐,
-ผู้เสียหายฟ้องเองไม่เคยร้องทุกข์ ภายหลังยื่นคำร้องขอถอนขอถอนคำร้องทุกข์ มีผลเป็นการยอมความ ๓๖๓๐/๓๒ ,ความผิดตาม พรบ.เช็ค ได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันมีผลทำให้หนี้ตามเช็คระงับไปแม้จะยอมความกันเฉพาะคดีแพ่งไม่สละสิทธิอาญาไม่มีผลทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตาม๓๙(๒)แต่เลิกตามพรบ.เช็ค ม.๗ ฎ๗๒๑/๔๔และแม้มีข้อตกลงไม่ให้คดีอาญาระงับก็ขัดต่อกฎหมายโดยชัดแจ้ง ข้อตกลงเป็นโมฆะ ๑๙๔๙/๔๓,ข้อตกลงการผ่อนชำระหนี้ตามเช็คมิใช่การยอมความ(มิใช่เป็นการเปลี่ยนสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งนหี้ หนี้เดิมยังคงมีอยู่),แต่หากออกเช็คแทนฉบับเดิมถือว่ายอมความ ,หากเป็นการแปลงหนี้ ระงับตามมาตรา ๗ พรบ.เช็คสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ ๓๙
[3] การถอนคำร้องทุกข์
คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวอัยการเป็นโจทก์ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมต่อมาโจทก์ร่วมขอถอนฟ้อง และ อัยการกับจำเลยไม่คัดค้านแสดงว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายประสงค์ถอนคำร้องทุกข์  สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ ม.๓๙(๒) ๓๖๘/๒๕๕๓ , 
๒กรณีกระทำอนาจารจะต้องได้ความว่าไม่เข้าม.๒๘๑ ป.อ. ดังนั้นหากได้ความว่าเป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล ผลคือไม่เป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น จับหน้าอกผู้เสียหายในร้านอาหารที่มีลูกค้านั่งรับประทานอาหาร ๔๕๙๓/๒๕๕๓ แม้ถอนคำร้องทุกข์ก็ไม่ระงับ , ความผิดป.อ.๒๗๘ อนาจารและฐานพาไปเพื่อการอนาจารม.๒๘๓ทวิ เป็นความผิดอันยอมความได้ตามม.๒๘๑,๒๘๓ทวิวรรคสี่ ขณะถอนคำร้องทุกข์ ผู้เสียหายอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วการถอนคำร้องทุกข์ชอบ ๑๓๑๔/๒๕๕๒, ความผิดต่อส่วนตัวหากขอถอนคำร้องทุกข์แม้เป็นการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ก็เป็นการถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว๕๒๖๒/๒๕๕๒,การถอนคำร้องทุกข์จะทำให้คดีอาญาระงับ ให้พิจารณาและจากรายงานกระบวนพิจารณาที่ได้ความ เช่น ฟ้องคดีอาญา ๒๗๖ โดยเป็นครูโรงเรียนกวดวิชาการถอนจะทำให้คดีอาญาระงับหรือไม่ต้องพิจารณา ๒๘๕(ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลหรือไม่) หรือการถอนคำร้องทุกข์ความผิดฐานพาไปเพื่อการอนาจารหรือฐานการกระทำอนาจารตาม ๒๗๘,๒๘๔ ต้องพิจารณาตาม ๒๘๕ว่ามิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัลไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายและมิได้กระทำต่อบุคคลดังที่ปรากฏ๒๘๕เป็นความผิดอันยอมความได้ตาม ๒๘๑ กรณีไม่ถือว่าเป็นการถอนคำร้องทุกข์ เช่น  การถอนคำร้องทุกข์เพราะผู้เสียหายได้นำคดีมาฟ้องเอง ไม่ทำให้คดีอาญาระงับ กรณีถือว่าถอนคำร้องทุกข์ ได้แก่ คดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ผู้เสียหายจะถอนฟ้องไม่ได้ ถ้าผู้เสียหายขอถอนฟ้องศาลฎีกาแปลเจตนาว่าเป็นการถอนคำร้องทุกข์ , ผู้เสียหายยื่นคำร้องหรือเบิกความว่าไม่ติดใจเอาความกับจำเลยและโจทก์ไม่คัดค้านพอแปลได้ว่าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ , ถอนคำร้องทุกข์แล้วคดีอาญาระงับทันทีการที่ผู้เสียหายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่ทำให้มีสิทธิฟ้องคดีขึ้นอีก , ม.๑๒๖ว.๑ บัญญัติให้สิทธิผู้ร้องทุกข์ที่จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ สิทธิถอนคำร้องทุกข์เกี่ยวกับการยักยอกถือว่าเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินกรณีผู้ร้องทุกข์ตายสิทธิย่อมตกแก่ทายาท , ผู้เยาว์ซึ่งเป็นผู้เสียหายร้องทุกข์ไว้บิดามารดาผู้แทนโดยชอบธรรมจะถอนคำร้องทุกข์ให้ขัดกับความประสงค์ของผู้เยาว์ศาลไม่อนุญาตให้ถอน ,
[4] คดีอาญาโจทก์และจำเลยจะขอให้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมไม่ได้ แต่เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวจำเลยไม่คัดค้านโจทก์ถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุด๒๒๒๔-๒๕/๔๗
[5] ยอมความหมายถึงการยอมความกันทางอาญาเท่านั้นและต้องมีความชัดแจ้งและมีพฤติการณ์ที่ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญากับจำเลย,กรณีถือว่ายอมความ ได้แก่ ผู้เสียหายตกลงจะไปถอนคำร้องทุกข์มีผลเป็นการยอมความแม้ยังไม่ถอนคำร้องทุกข์ , เอกสารที่ผู้เสียหายทำให้จำเลยมีข้อความระบุว่าได้รับการชดใช้ค่าเสียหายแล้วจะไม่ติดใจเอาความ , ทำสัญญาว่าจะถอนฟ้องไม่ดำเนินคดีกับจำเลย,ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่า ได้รับชำระหนี้จากจำเลยแล้วไม่ติดใจเอาความ กรณีถือว่าไม่ยอมความ ได้แก่ จะถอนคำร้องทุกข์โดยมีเงื่อนไข, ผู้เสียหายบอกแก่พนักงานสอบสวนว่าไม่เอาเรื่อง , ผู้เสียหายมีหนังสือถึงจำเลยว่าไม่เอาโทษจำเลย ,  บันทึกว่า ไม่ติดใจดำเนินทั้งคดีแพ่งและอาญาบันทึกไม่ใช่คำขอถอนคำร้องทุกข์แต่มีลักษณะเป็นการแสดงความประสงค์สละสิทธิในการดำเนินคดีเป็นการยอมความ๗๑๐๗/๔๙ ,  การยอมความต้องกระทำภายหลังความผิดเกิดแล้ว ตกลงล่วงหน้าไม่ถือว่าเป็นการยอมความ๑๔๐๓/๐๘,
[6] หมายถึง คำพิพากษาศาลชั้นต้นแม้คดีนั้นไม่สิ้นสุดเพราะอยู่ระหว่างอุทธณ์หรือฎีกา, หลัก ๓๙(๔)เป็นหลักห้ามดำเนินคดีซ้ำสองแก่จำเลยนั้นต้องปรากฎว่าคดีก่อนเป็นกรณีที่จำเลยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างแท้จริง หากปรากฎว่าเป็นการดำเนินคดีอย่างสมยอมแม้จะเป็นการกระทำกรรมเดียวกันก็ถือไม่ได้ว่าการกระทำกรรมเดียวกันนั้นเคยถูกฟ้องและศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดอันจะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ๖๔๔๖/๔๗,  หากคดีอาญาเรื่องเดียวกันผู้เสียหายและอัยการต่างคนต่างฟ้องโดยไม่มีการรวมการพิจารณา หากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีหนึ่งคดีใดแล้วสิทธินำคดีมาฟ้องอีกคดีหนึ่งระงับแม้จะฟ้องคดีไว้ก่อนก็ตาม ๑๔๓๘/๒๗
[7] คำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดต้องเป็นการวินิจฉัยถึงเนื้อหาความผิด ถือว่าเด็ดขาด เช่นยกฟ้องโดยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบ , ยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง , ตรวจฟ้องและยกฟ้องว่าฟ้องขาดองค์ประกอบความผิด , ยกฟ้องเพราะมิได้กล่าวถึงเวลาและสถานที่ซึ่งจำเลยกระทำความผิด ,ถือว่าไม่เด็ดขาด เช่น บรรยายเวลากระทำความผิดในอนาคต ,การบรรยายฟ้องขัดกันถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม ,ยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแต่ระหว่างคดีเดิมยังไม่ถึงที่สุดอาจเป็นฟ้องซ้อนปวิพ.๑๗๓ปวิอ.๑๕ ,ยกฟ้องเพราะคำฟ้องไม่ได้ลงชื่อโจทก์หรือผู้เรียง,ยกฟ้องเพราะคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาล,โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนดศาลต้องยกฟ้องหากศาลสั่งจำหน่ายคดีฟ้องใหม่ได้,คดีก่อนฟ้องอย่างสมยอมเพื่อหวังผลมิให้มีการฟ้องร้องแก่จำเลยอีก ไม่เป็นการดำเนินคดีแก่จำเลยอย่างแท้จริง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับ
[8] ในความผิดที่ได้ฟ้อง หมายถึง  การกระทำที่ก่อให้เกิดความผิดนั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงฐานความผิด  การกระทำกรรมเดียวกัน มูลกรณีเดียวกันจะฟ้องความผิดเดียวกันหรือต่างฐานความผิดกันก็เป็นฟ้องซ้ำ(ฎ๓๙๗๕/๔๓) ซึ่งต่างกับเรื่องถอนฟ้องกรณีมีผู้เสียหายหลายคน เมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งถอนฟ้องผู้เสียหายคนอื่นยังฟ้องคดีได้ ๕๙๓๔-๓๕/๓๓,กรณีมีผู้เสียหายหลายคนเมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งได้ฟ้องคดีจนศาลมีคำพิพากษาแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ,  คดีก่อนฟ้องฐานทำร่ายผู้เสียหายตายระหว่างการพิจารณาจะฟ้องจำเลยฐานฆ่าโดยไม่เจตนาไม่ได้ ,จำเลยกระทำการลักเช็คหรือรับของโจรไปปลอมเบิกเงินธนาคารเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท คดีก่อนฟ้องลักทรัพย์รับของโจรและเอาเอกสารผู้อื่นไปศาลพิพากษาต่อมาฟ้องข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมอีกไม่ได้,การกระทำในคราวเดียวกันหรือกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบทศาลตัดสินคดีแล้วโจทก์จะฟ้องจำเลยอีกไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำแม่จะขอให้ลงโทษคนละฐานความผิด , หากเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ถ้าความผิดบทหนึ่งเสร็จไปเพราะศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเนื่องจากผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ถือไม่ได้ว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดที่ได้ฟ้อง ๗๓๒๐/๔๓,  แม้ถูกจับวันเดียวกัน วันถูกจับมิใช่วันกระทำความผิด เมื่อวันเวลากระทำความผิดและทรัพย์แตกต่างกัน ทั้งเป็นทรัพย์ของผู้เสียหายคนละรายกัน แม้คดีก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ไม่เป็นฟ้องซ้ำ๗๐๒๘/๔๗ , เคยร้องทุกข์ว่ายักยอกและทำสัญญาประนีประนอมพร้อมถอนคำร้องทุกข์ เป็นเพียงทำให้สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับเฉพาะความผิดต่อส่วนตัว เมื่อมีการชดใช้ค่าเสียหายมีผลเพียงห้ามคู่ความเดียวกันมารื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยเหตุอย่างเดียวกันเฉพาะมูลแพ่ง ศาลยังไม่เคยลงโทษฐานปลอมและใช้ ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ โจทก์และโจทก์ร่วมมีสิทธิขอให้ลงโทษได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ๙๐๕๑/๔๗
[9] คดีความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายในเวลา ๓ เดือน ,ปอ.ภาค ๑ หมวด ๙ บัญญัติเรื่องอาความคดีอาญาไว้โดยเฉพาะแล้วไม่มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสดุดหยุดลงจะนำ ปพพ.มาใช้ไม่ได้ เมื่อโจทก์ฟ้องต่อศาลผิดศาลมาฟ้องใหม่เกินอายุความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น