ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏ[2]ในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้อง ให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น
เว้นแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้
ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้
ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียด เช่น
เกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่กระทำความผิดหรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์
กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์
หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ
ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ
เว้นแต่จะปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้
แต่ทั้งนี้ศาลจะลงโทษจำเลยเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องไม่ได้
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดั่งกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่[3]เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสม
แต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้
ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้น[4]รวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง
ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้
[1]
บรรยายฟ้องว่าพยายามฆ่า ๒๘๘ ,๘๐
ได้ความว่าทำร้ายสาหัสไม่ได้บรรยายว่าทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน
ลง ๒๙๗(๘) ไม่ได้ลงได้ ๒๙๕ ฎ๑๓๓๖/๒๕๕๓ ,ฟ้องว่า ๒๘๘,๘๐ ผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์แนบท้ายมาท้ายคำฟ้องถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง
ไม่ปรากฏว่าสาหัส ข้อเท็จจริงฟังว่าทำร้ายไม่อาจลง ๒๙๗(๘)
เพราะเป็นการพิพากษาเกินกว่าหรือที่กล่าวในฟ้อง ต้องห้ามตาม ๑๙๒ว.๑ ลงโทษได้เพียง
ม.๒๙๕ ๕๕๑๔/๒๕๕๑
,โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพรากโดยไม่เต็มใจ ๓๑๘
แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าพรากโดยเต็มใจ ๓๑๙ วรรคแรก มีอัตราโทษต่ำกว่า ตามปวิอ.๑๙๒ ว.๑ ประกอบ
๑๙๒ วรรคท้าย ๑๔๐๕/๒๕๕๓ ,บรรยายฟ้องว่าจำเลยพาอาวุธปืนไปในเมือง
หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว
ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย(ตามพรบ.อาวุธ) แม้มีคำขอให้ลงป.อ.๓๗๑ คำฟ้องดังกล่าวไม่อาจแปลความว่าหมายถึงเหตุไม่สมควรตาม ม.๓๗๑
ไม่อาจลงได้ตามปวิอ.๑๙๒วรรคหนึ่ง ๕๗๘๒/๒๕๕๓ ,ป.อ.๓๗๖
ผู้ใดยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชนดังนั้นการบรรยายว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายโดยมิได้กล่าวว่าเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดอันเป็นองค์ประกอบความผิด
ศาลลงโทษไม่ได้ตาม ๑๙๒ว.๑ ฎ๘๕๑๖/๒๕๕๑
,ฟ้องไม่ระบุอนุมาตราเป็นฟ้องสมบูรณ์ศาลลงสองอนุมาตราก็ชอบด้วยกฎหมายไม่เกินคำขอเช่นบรรยายฟ้องว่าลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างและร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป
ขอให้ลง ๓๓๕ ศาลลง ๓๓๕(๗)(๑๑)ได้ ๓๒๕๒/๒๕๕๒
,บรรยายฟ้องขอให้นับโทษต่อแต่มิได้บรรยายว่าเป็นบุคคลเดียวกับคดีที่ขอให้นับโทษต่อ
ลงไม่ได้ ๓๒๗๐/๒๕๕๒,ขอให้ลง ป.อ.๓๒๘
แต่ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยการโฆษณา ศาลไม่อาจพิพากษาลงโทษได้ตาม
๑๙๒ วรรคหนึ่งฎ๔๓๒๔/๒๕๕๒ , การต้องระวางโทษหนักขึ้นตาม ป.อ.มาตรา ๓๔๐ตรี
นอกจากต้องเป็นการกระทำความผิดตาม ม.๓๓๙
๓๓๙ทวิ ๓๔๐
๓๔๐ทวิแล้วยังต้องประกอบด้วยการกระทำอื่นตามที่บัญญัติในมาตรานี้ด้วยผู้กระทำความผิดตามมาตราดังกล่าวจึงมีความผิดและถูกลงโทษตามมาตรานี้ได้
ดังนั้นมาตรานี้ย้อมเป็นบทบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดซึ่งต้องระบุตาม
๑๕๘(๖) ด้วย เมื่อบรรยายครบองค์ประกอบความผิดตาม
๓๔๐ตรีแต่ไม่ได้มีคำขอระบุมาตรา ๓๔๐ตรีมาด้วยจึงถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษตาม
ม.๓๔๐ตรี และเป็นการเกินคำขอตาม๑๙๒วรรคหนึ่งและวรรคสี่ศาลพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอมมิได้
๔๓๓๗/๒๕๕๒ ,ฟ้องว่าจำเลยฆ่าโดยไตร่ตรองและพนักงานปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่มีคำขอตาม
๒๘๙ แต่ขอ ๒๘๘ ลงโทษตาม ๒๘๙ไม่ได้เพราะ ๒๘๙ โทษสูงกว่าโทษ ๒๘๘
จึงเป็นการเกินคำขอและต้องห้ามตาม ๑๙๒วรรคหนึ่ง ฎ๕๗๘๕/๒๕๕๒ ,
[2]
บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ
ทางพิจารณาจำหน่ายให้แก่จำเลยด้วยกันเองไม่เกี่ยวกับสายลับ
ดังนี้ข้อเท็จจริงทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวมาในฟ้องในข้อสาระสำคัญศาลต้องยกฟ้องตามม.๑๙๒ว.๒ ฎ๑๔๐๔/๒๕๕๓ ,บรรยายฟ้องว่าพรากเด็กอายุไม่เกิน
๑๕ ปีไปเสียจากบิดามารดา
เพื่อการอนาจารทางพิจารณาได้ความว่าพรากจากผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร
ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ข้อสาระสำคัญ
จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ใช่คนร้ายไม่หลงต่อสู้ศาลลงได้ตาม ม.๑๙๒ วรรคสอง ๓๘๔๐/๒๕๕๓
,ฟ้องว่าดาบตำรวจ ช. จับกุมจำเลยให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ปล่อยตัวจำเลยอันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่
ทางพิจารณาได้ความว่า จูงใจเพื่อให้เปลี่ยนข้อหาให้เบาลงก็หาใช่แตกต่างในสาระสำคัญ
เพราะไม่ว่าจะจูงใจให้ปล่อยหรือเปลี่ยนข้อหา
ก็ล้วนเป็นการจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อ.๑๔๔ เช่นเดียวกัน
เมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสองตามที่บัญญัติไว้ตาม
๑๙๒ว.๒ ฎ๓๐๙๖/๒๕๕๒
,ฟ้องว่าเป็นตัวการได้ความทางพิจารณาว่าเป็นผู้ใช้ให้คนอื่นกระทำความผิด
เป็นการแตกต่างในข้อสาระสำคัญย่อมลงโทษฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้ ตาม ๑๙๒วรรค๒ แต่การกระทำถือได้ว่าเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดลงสนับสนุนได้
๔๑๓๕/๒๕๕๒ ,ข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าเป็นตัวการ ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นผู้ใช้
ลงฐานผู้ใช้ไม่ได้เพราะข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องในข้อสาระสำคัญตามปวิอ.๑๙๒
วรรคสอง แต่ถือว่าเป็นการสนับสนุนลงสนับสนุนได้ ๙๘๓๖/๒๕๕๑ ,
[3]
ป.อ.มาตรา ๓๓๖ ทวิ
เป็นบทบัญญัติที่ทำให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษสูงขึ้น
ซึ่งเป็นผลร้ายแก่จำเลยเมื่อโจทก์มิได้อ้างมาในคำขอท้ายฟ้อง ถือว่า
โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษตามมาตราดังกล่าว
๑๙๒ วรรคสี่ ๑๐๙๐๓/๒๕๕๑,
[4]
ความผิดฐานปล้นทรัพย์รวมความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ,ฟ้องขอให้ลงโทษตามป.อ.ม.๓๑๗
วรรคสามโดยอ้างว่าจำเลยทั้งสี่พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี
ทางพิจารณาได้ความว่าพรากผู้เสียหายโดยเข้าใจว่าอายุกว่าสิบห้าปีอันเป็นความผิดตามม.๓๑๙วรรคแรก
ศาลปรับบทลงโทษตาม ๓๑๙ วรรคแรกได้ เพราะเป็นการกระทำความผิดที่รวมอยู่ในความผิดตามที่โจทก์ฟ้องและมีโทษเบากว่าตามปวิอ.๑๙๒วรรคท้าย
ไม่ใช่เรื่องโจทก์ไม่ประสงค์ลงโทษ ฎ๕๓๐๓/๒๕๕๓
,บรรยายฟ้องว่าเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้อื่นม.๒๘๘ ๘๓
ได้ความว่าเป็นการแยกกันทำร้ายถึงแก่ความตายตาม ๒๙๐ วรรคแรก ความผิด๒๘๘ รวมความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายอยู่ด้วย๖๓๑๕/๒๕๕๒
,
read review love dolls,japanese sex dolls,japanese sex dolls,dog dildo,vibrators,sex chair,vibrators,japanese sex dolls,sex toys see this
ตอบลบc560c4vyjzf272 sex toys,penis sleeves,dog dildo,realistic dildo,Clitoral Vibrators,realistic dildo,dildo,wholesale sex doll,realistic dildo c627g8bcdmy105
ตอบลบ