วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

ปวิอ.ม.๑๗๖


มาตรา ๑๗๖  ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลย[1]ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะ[2]พิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลย[3]รับสารภาพนั้นกฎหมาย[4]กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง
ในคดีที่มีจำเลยหลายคน และจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็นสมควรจะสั่งจำหน่ายคดี สำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้น [5]เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้


[1] คำให้การรับสารภาพต้องชัดเจน ที่ไม่ชัดเจนเช่น ฟ้องว่าลักทรัพย์หรือรับของโจร จำเลยรับสารภาพตามฟ้องคำให้การไม่ชัดเจนว่าจะชี้ขาดว่ากระทำความผิดฐานใด ,รับสารภาพเพื่อมิให้เกิดความยุ่งยากแก่คดี ,ให้การรับสารภาพเพราะไม่รู้ว่าเป็นความผิด หรือฎีกา ๔๗๙๐/๕๐ ฟ้องลักทรัพย์คาบเกี่ยวกลางวันกับกลางคืน มีคำขอทั้ง ๓๓๔ และ ๓๓๕ จำเลยให้การรับสารภาพว่าลักทรัพย์มิได้ระบุว่ากลางวันหรือกลางคืน จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยสารภาพฐานลักทรัพย์เวลาใดโจทก์มีหน้าที่นำสืบเมื่อไม่นำสืบถือไม่ได้ว่าลักทรัพย์กลางคืน ,คำรับสารภาพไม่ชัดเจนผลไม่ถือว่าเป็นคำรับสารภาพที่จะพิจารณาตามม.๑๗๖
ความหมายของคำรับสารภาพ   การรับสารภาพว่า รับสารภาพตามฟ้อง หมายความว่าบวกโทษได้  แต่คำรับว่ารับสารภาพว่ากระทำความผิดตามฟ้อง"  บวกโทษไม่ได้
[2] เป็นดุลพินิจศาล  แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็พิพากษายกฟ้องได้  มิได้หมายความว่า  ศาลต้องพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดและลงโทษจำเลยตามที่กล่าวในฟ้องเสมอไปไม่ เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่กล่าวในฟ้องไม่เป็นความผิด ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ตาม๑๘๕ว.๑ ๑๒๘/๔๓
[3] ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดอาญา ๒๗๗ วรรคแรก กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ ๔ ปี ๔ กรรม เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบความผิดดังกล่าว  แม้รวมหลายกรรมโทษเกินศาลลงได้โดยไม่ต้องรับฟังพยานโจทก์ ๒๘๐๓/๒๕๕๓, จำเลยให้การรับสารภาพความผิดอันเป็นการโทรมหญิง ๒๗๖ โทษตั้งแต่ ๑๕ ปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้นศาลต้องรับฟังพยานโจทก์ เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง เมื่อจำเลยอุทธรณ์โต้แย้งว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่เป็นผู้เสียหาย ไม่ได้โต้แย้งว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด เป็นการหยิบยกข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้วขึ้นโต้เถียงจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ ๒๘๐๓/๒๕๕๓  ,จำเลยให้การรับสารภาพ และยื่นคำร้องว่าจำเลยครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์เคยเป็นเจ้าของสัมปทานแร่ต่อมาไม่ได้ใช้ประโยชน์ ที่ดินไม่ใช่ของโจทก์ จำเลยเข้าทำประโยชน์เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกินมุ่งได้สิทธิการเช่าจากนิคมท้ายเหมืองขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ โดยทนายโจทก์แถลงว่าอยู่ระหว่างตกลงค่าขนย้ายออกจากที่ดิน คำให้การแสดงว่ายังคงโต้แย้งว่าทิ่ดินมิใช่ของโจทก์ คดีฟังว่าจำเลยสารภาพไม่ได้ ยกฟ้องตาม ๑๘๕  ๕๕๙๗/๒๕๕๓ ,โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน ให้การสารภาพศาลชั้นต้นลงโทษโดยไม่ดำเนินการสืบพยาน  ศาลฎีกาพิจารณาจากฎีกาประกอบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ได้ความจากการสอบสวนอาวุธปืนเป็นของมารดาจำเลยและมีทะเบียน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนโจทก์ไม่โต้แย้ง ต้องฟังตามศาลชั้นต้นว่าเป็นปืนมีทะเบียน เมื่อข้อเท็จจริงได้ตามการไต่สวน จึงรับฟังข้อเท็จจริงตามคำให้การรับสารภาพต่อไปอีกไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าคำรับสารภาพไม่ถูกต้องตรงความจริง  ไม่อาจลงได้ตาม ม.๑๘๕ วรรค๒ ประกอบ ๒๑๕ ๒๒๕ ๗๒๖๓/๒๕๕๒  ,
[4] หมายความว่า  แม้จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาลว่ากระทำความผิดตามฟ้อง ศาลก็ไม่อาจพิจารณาลงโทษจำเลยตามคำรับนั้นได้แต่ต้องฟังพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพให้เป็นที่พอใจก่อนว่าจำเลยกระทำความผิดจึงจะลงโทษได้   ส่วนปัญหาว่าต้องมีน้ำหนักมั่นคงเพียงใด กรณีนี้โจทก์ไม่จำต้องให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยดังเช่นคดีที่จำเลยปฏิเสธเพียงแต่นำสืบเค้ามูลให้เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเท่านั้นพอ ๓๑๔/๒๕๕๑ , ฟ้องว่ารับกันลักทรัพย์นายจ้างหรือรับของโจร พาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร คำให้การเป็นแบบพิมพ์ว่าให้การว่ารับสารภาพตามฟ้องและเขียนด้วยปากกาว่า ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง พอแปลว่ารับสารภาพตามฟ้องที่ลงด้วยปากกาไว้เพื่อให้ชัดเจนว่ารับฐานลักทรัพย์นายจ้าง ไม่ใช่รับของโจร และพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ ๑๖๓๘/๒๕๕๑ ,กฎหมายถือโทษขั้นต่ำเป็นเกณฑ์มิได้ถือเอาโทษขั้นสูงเป็นข้อสำคัญ และเป็นโทษที่กฎหมายกำหนดมิใช่ที่ศาลลงแก่จำเลย ถืออัตราโทษที่บัญญัติไว้ในความผิดที่โจทก์ฟ้องดังนั้นแม้จำเลยจะอายุน้อยและเมื่อลดอัตราโทษขั้นต่ำน้อยกว่าห้าปีโจทก์ก็มีหน้าที่นำสืบ  และพิจารณาเป็นรายข้อหารายกระทงความผิดมิใช่นำโทษทุกกระทงมารวมกัน,ข้อสังเกตคดีที่จำเลยเป็นเด็กการพิจารณาโทษขั้นต่ำพิจารณาโทษจากที่กฎหมายบัญญัติไว้  โดยไม่ต้องลดมาตราส่วนโทษก่อนเพราะการที่จำเลยเป็นคดีเด็กไม่ใช้ข้อหาที่กระทำความผิด,ฟ้องข้อหาพยายามฆ่าหรือเป็นผู้สนับสนุน ต้องลดอัตราส่วนโทษมาเป็น ๒/๓ก่อนเพราะเป็นข้อหากระทำความผิด , ฟ้องบทหนักโจทก์ไม่นำสืบพยานประกอบศาลก็ยังมีอำนาจพิพากษาลงโทษบทเบาที่มีอัตราโทษไม่อยู่ในเกณฑ์ต้องสืบพยานประกอบ
[5] คดีจำเลยหลายคน บางคนให้การรับสารภาพศาลอาจจำหน่ายคดีโดยให้โจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่ได้  แต่โจทก์ต้องฟ้องตามข้อหาเดิมจะฟ้องข้อหาอื่นไม่ได้ ๘๓๑/๐๒ และคำขอเกี่ยวกับจำเลยที่ปฏิเสธในคดีเดิมย่อมสิ้นสภาพไปด้วย , ชั้นพิจารณาคดีจำเลยบางคนรับบางคนปฏิเสธหากปรากฎเหตุลักษณะคดีศาลไม่มีอำนาจยกจะยกเอาเหตุลักษณะคดีมาพิพากษาให้ตลอดไปถึงจำเลยในคดีเดิม , การฟ้องคดีใหม่ต้องระบุพยานหลักฐานใหม่ ๒๘๙/๒๒ 
ปรับปรุง ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น