มาตรา ๑๗๖ ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลย[1]ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจะ[2]พิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลย[3]รับสารภาพนั้นกฎหมาย[4]กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง
ในคดีที่มีจำเลยหลายคน
และจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็นสมควรจะสั่งจำหน่ายคดี
สำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้น [5]เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้
[1]
คำให้การรับสารภาพต้องชัดเจน
ที่ไม่ชัดเจนเช่น ฟ้องว่าลักทรัพย์หรือรับของโจร
จำเลยรับสารภาพตามฟ้องคำให้การไม่ชัดเจนว่าจะชี้ขาดว่ากระทำความผิดฐานใด
,รับสารภาพเพื่อมิให้เกิดความยุ่งยากแก่คดี
,ให้การรับสารภาพเพราะไม่รู้ว่าเป็นความผิด หรือฎีกา ๔๗๙๐/๕๐ ฟ้องลักทรัพย์คาบเกี่ยวกลางวันกับกลางคืน มีคำขอทั้ง ๓๓๔ และ
๓๓๕ จำเลยให้การรับสารภาพว่าลักทรัพย์มิได้ระบุว่ากลางวันหรือกลางคืน
จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยสารภาพฐานลักทรัพย์เวลาใดโจทก์มีหน้าที่นำสืบเมื่อไม่นำสืบถือไม่ได้ว่าลักทรัพย์กลางคืน
,คำรับสารภาพไม่ชัดเจนผลไม่ถือว่าเป็นคำรับสารภาพที่จะพิจารณาตามม.๑๗๖
ความหมายของคำรับสารภาพ การรับสารภาพว่า “รับสารภาพตามฟ้อง” หมายความว่าบวกโทษได้ แต่คำรับว่า“รับสารภาพว่ากระทำความผิดตามฟ้อง" บวกโทษไม่ได้
[2]
เป็นดุลพินิจศาล
แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็พิพากษายกฟ้องได้ มิได้หมายความว่า
ศาลต้องพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดและลงโทษจำเลยตามที่กล่าวในฟ้องเสมอไปไม่
เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่กล่าวในฟ้องไม่เป็นความผิด
ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ตาม๑๘๕ว.๑ ๑๒๘/๔๓
[3]
ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดอาญา ๒๗๗ วรรคแรก
กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ ๔ ปี ๔ กรรม
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบความผิดดังกล่าว แม้รวมหลายกรรมโทษเกินศาลลงได้โดยไม่ต้องรับฟังพยานโจทก์
๒๘๐๓/๒๕๕๓, จำเลยให้การรับสารภาพความผิดอันเป็นการโทรมหญิง ๒๗๖ โทษตั้งแต่ ๑๕
ปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้นศาลต้องรับฟังพยานโจทก์
เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง
เมื่อจำเลยอุทธรณ์โต้แย้งว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่เป็นผู้เสียหาย
ไม่ได้โต้แย้งว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด
เป็นการหยิบยกข้อเท็จจริงที่ยุติไปแล้วขึ้นโต้เถียงจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
๒๘๐๓/๒๕๕๓ ,จำเลยให้การรับสารภาพ
และยื่นคำร้องว่าจำเลยครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์เคยเป็นเจ้าของสัมปทานแร่ต่อมาไม่ได้ใช้ประโยชน์
ที่ดินไม่ใช่ของโจทก์
จำเลยเข้าทำประโยชน์เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกินมุ่งได้สิทธิการเช่าจากนิคมท้ายเหมืองขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ
โดยทนายโจทก์แถลงว่าอยู่ระหว่างตกลงค่าขนย้ายออกจากที่ดิน
คำให้การแสดงว่ายังคงโต้แย้งว่าทิ่ดินมิใช่ของโจทก์ คดีฟังว่าจำเลยสารภาพไม่ได้
ยกฟ้องตาม ๑๘๕ ๕๕๙๗/๒๕๕๓ ,โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน
ให้การสารภาพศาลชั้นต้นลงโทษโดยไม่ดำเนินการสืบพยาน
ศาลฎีกาพิจารณาจากฎีกาประกอบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ได้ความจากการสอบสวนอาวุธปืนเป็นของมารดาจำเลยและมีทะเบียน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนโจทก์ไม่โต้แย้ง ต้องฟังตามศาลชั้นต้นว่าเป็นปืนมีทะเบียน
เมื่อข้อเท็จจริงได้ตามการไต่สวน
จึงรับฟังข้อเท็จจริงตามคำให้การรับสารภาพต่อไปอีกไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าคำรับสารภาพไม่ถูกต้องตรงความจริง
ไม่อาจลงได้ตาม ม.๑๘๕ วรรค๒ ประกอบ ๒๑๕ ๒๒๕ ๗๒๖๓/๒๕๕๒ ,
[4]
หมายความว่า แม้จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาลว่ากระทำความผิดตามฟ้อง
ศาลก็ไม่อาจพิจารณาลงโทษจำเลยตามคำรับนั้นได้แต่ต้องฟังพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพให้เป็นที่พอใจก่อนว่าจำเลยกระทำความผิดจึงจะลงโทษได้ ส่วนปัญหาว่าต้องมีน้ำหนักมั่นคงเพียงใด กรณีนี้โจทก์ไม่จำต้องให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยดังเช่นคดีที่จำเลยปฏิเสธเพียงแต่นำสืบเค้ามูลให้เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเท่านั้นพอ
๓๑๔/๒๕๕๑ , ฟ้องว่ารับกันลักทรัพย์นายจ้างหรือรับของโจร
พาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร คำให้การเป็นแบบพิมพ์ว่าให้การว่ารับสารภาพตามฟ้องและเขียนด้วยปากกาว่า
ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง
พอแปลว่ารับสารภาพตามฟ้องที่ลงด้วยปากกาไว้เพื่อให้ชัดเจนว่ารับฐานลักทรัพย์นายจ้าง
ไม่ใช่รับของโจร และพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ ๑๖๓๘/๒๕๕๑ ,กฎหมายถือโทษขั้นต่ำเป็นเกณฑ์มิได้ถือเอาโทษขั้นสูงเป็นข้อสำคัญ
และเป็นโทษที่กฎหมายกำหนดมิใช่ที่ศาลลงแก่จำเลย
ถืออัตราโทษที่บัญญัติไว้ในความผิดที่โจทก์ฟ้องดังนั้นแม้จำเลยจะอายุน้อยและเมื่อลดอัตราโทษขั้นต่ำน้อยกว่าห้าปีโจทก์ก็มีหน้าที่นำสืบ และพิจารณาเป็นรายข้อหารายกระทงความผิดมิใช่นำโทษทุกกระทงมารวมกัน,ข้อสังเกตคดีที่จำเลยเป็นเด็กการพิจารณาโทษขั้นต่ำพิจารณาโทษจากที่กฎหมายบัญญัติไว้
โดยไม่ต้องลดมาตราส่วนโทษก่อนเพราะการที่จำเลยเป็นคดีเด็กไม่ใช้ข้อหาที่กระทำความผิด,ฟ้องข้อหาพยายามฆ่าหรือเป็นผู้สนับสนุน
ต้องลดอัตราส่วนโทษมาเป็น ๒/๓ก่อนเพราะเป็นข้อหากระทำความผิด
, ฟ้องบทหนักโจทก์ไม่นำสืบพยานประกอบศาลก็ยังมีอำนาจพิพากษาลงโทษบทเบาที่มีอัตราโทษไม่อยู่ในเกณฑ์ต้องสืบพยานประกอบ
[5]
คดีจำเลยหลายคน
บางคนให้การรับสารภาพศาลอาจจำหน่ายคดีโดยให้โจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่ได้ แต่โจทก์ต้องฟ้องตามข้อหาเดิมจะฟ้องข้อหาอื่นไม่ได้
๘๓๑/๐๒ และคำขอเกี่ยวกับจำเลยที่ปฏิเสธในคดีเดิมย่อมสิ้นสภาพไปด้วย
, ชั้นพิจารณาคดีจำเลยบางคนรับบางคนปฏิเสธหากปรากฎเหตุลักษณะคดีศาลไม่มีอำนาจยกจะยกเอาเหตุลักษณะคดีมาพิพากษาให้ตลอดไปถึงจำเลยในคดีเดิม
, การฟ้องคดีใหม่ต้องระบุพยานหลักฐานใหม่ ๒๘๙/๒๒
ปรับปรุง ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น