วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

ปวิอ.ม.๑๙๖


[1]มาตรา ๑๙๖  [2]คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย




[1] คำสั่งระหว่างการพิจารณาคดีอาญาไม่ต้องโต้แย้งไว้ ,อาจเป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์หรือฎีกาก็ได้
[2] จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และยกคำร้องขอไต่สวน จำเลยยื่นอุทธรณ์เฉพาะคำร้องขอให้ไต่สวนเพื่อประกอบการขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนเป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณา ๔๘๒๙/๒๕๕๓ , กรณีถือว่าไม่เป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณา เช่น ศาลสั่งปรับนายประกัน ,คดีมีจำเลยหลายคน การที่ศาลสั่งไม่รับฟ้องจำเลยบางคน , ศาลมีคำสั่งคืนฟ้องให้โจทก์ไปทำมาใหม่ ,คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตหรือยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นคำสั่งที่เกิดขึ้นภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วและก่อนที่จะรับอุทธรณ์ไม่เป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณา ,กรณีถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณา เช่นให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ,นัดไต่สวนแล้วต่อมาให้รอหรืองดการไต่สวนไว้ก่อนและจำหน่ายคดีชั่วคราว,คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้โอนคดี ,คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง,ศาลสั่งให้งดสืบพยานโจทก์ที่ไม่มาศาลตามนัดและไม่อนุญาตให้โจทก์อ้างพยานเพิ่มเติม,ศาลกำหนดวันอ่านคำพิพากษา,คำสั่งศาลที่อนุญาตให้ผู้ร้องนำรถบรรทุกของกลางไปดูแลรักษาชั่วคราวระหว่างการพิจารณาดีเป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีผู้ร้องเสร็จสิ้นไปเพราะต้องมีการไต่สวนคำร้องขอคืนของกลางผู้ร้องอีก๕๙๙๔/๕๐
หมายเหตุ  ปัญหาว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาในประเด็นสำคัญ ว่าหากผู้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างการพิจารณาไม่ได้เป็นผู้อุทธรณ์ประเด็นสำคัญแต่อีกฝ่ายอุทธรณ์จะอุทธรณ์คำสั่งระหว่างการพิจารณาได้หรือไม่ ?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น